ชาวต่างชาติจ้างแม่บ้านในไทยต้องเตรียมอะไรบ้าง? Work Permit และเอกสารที่นายจ้างควรรู้

เจ้าหน้าที่ MIKU Agency อธิบายเอกสารการจ้างงานให้ครอบครัวชาวต่างชาติ
By Miku Agency
ไอคอนแสดงเวลา19/10/2026
แชร์:
ไอคอนแชร์บน facebookไอคอนแชร์บน xไอคอนแชร์บน line
ไอคอนคัดลอกลิ้งค์

การจ้างแม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็ก หรือผู้ช่วยดูแลสมาชิกในครอบครัวในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ครอบครัวชาวต่างชาติสามารถดำเนินการได้ แต่ก่อนเริ่มการจ้างงาน ควรตรวจสอบให้ชัดเจนทั้งเรื่อง สัญชาติ สถานะการพำนัก สิทธิในการทำงาน ลักษณะงาน และเอกสารของผู้สมัคร

ไม่ว่าคุณกำลังจะจ้างพี่เลี้ยงคนแรก หรือกำลังมองหาแม่บ้านคนใหม่ การเตรียมข้อมูลและข้อตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจ้างงานเป็นระบบ เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

บทความนี้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ Work Permit สำหรับแม่บ้านและพี่เลี้ยงในประเทศไทย สิทธิของลูกจ้างทำงานบ้าน และเอกสารที่นายจ้างควรตรวจสอบ โดยเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการในแต่ละกรณี

ชาวต่างชาติจ้างแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงในไทยได้หรือไม่?

ในทางปฏิบัติ กรมการจัดหางานมีขั้นตอนและแบบคำขอที่รองรับกรณี นายจ้างบุคคลธรรมดาที่เป็นชาวต่างชาติ โดยรายการเอกสารประกอบคำขอปัจจุบันระบุเอกสารของนายจ้าง เช่น หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวและหลักฐานถิ่นที่อยู่ตามกรณี อย่างไรก็ตาม เอกสารและขั้นตอนที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับประเภทการอนุญาต สถานะของผู้สมัคร และช่องทางการจ้างงานนั้น ๆ (Department of Employment)

ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการตรวจว่าผู้สมัคร “มีเอกสารหรือไม่” แต่ควรตรวจด้วยว่าเอกสารยังมีผลใช้ได้ และผู้สมัครมีสิทธิทำงานในประเทศไทยใน ลักษณะงานที่กำลังจะจ้าง อย่างถูกต้อง

หากจ้างแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงสัญชาติไทย

ผู้สมัครสัญชาติไทยไม่ต้องมี Work Permit เพื่อทำงานในประเทศไทย

ในทางปฏิบัติ นายจ้างควรตรวจสอบตัวตนของผู้สมัคร และควรมีข้อตกลงการจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุหน้าที่ เวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุด ค่าจ้าง วันที่และวิธีจ่ายค่าจ้าง ตลอดจนเงื่อนไขสำคัญอื่น ๆ ให้ชัดเจน

การมีเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันช่วยลดความคลุมเครือ และเป็นประโยชน์เมื่อต้องทบทวนขอบเขตหน้าที่หรือเงื่อนไขการทำงานในภายหลัง

หากจ้างผู้ช่วยงานบ้านที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ต้องดูอะไรบ้าง?

สำหรับผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทย ควรตรวจสอบทั้ง สถานะการพำนักและสิทธิในการทำงาน ก่อนเริ่มงาน เพราะการมีหนังสือเดินทางหรือวีซ่าไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบุคคลนั้นสามารถทำงานทุกประเภทในประเทศไทยได้ กรมการจัดหางานย้ำในปี 2569 ว่าคนต่างด้าวต้องมีสิทธิหรือใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง และต้องทำงานตามที่ได้รับอนุญาต (Department of Employment)

ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบ MOU ด้านแรงงานกับ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยข้อมูลของกรมการจัดหางานระบุว่า ในช่องทาง MOU แรงงานสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา สามารถทำงานในลักษณะ งานกรรมกรและงานรับใช้ในบ้าน ได้ ส่วนแรงงานสัญชาติเวียดนามภายใต้ช่องทางดังกล่าวมีเงื่อนไขเกี่ยวกับประเภทงานแตกต่างออกไป โดยกรมการจัดหางานระบุงานกรรมกรในกิจการก่อสร้างและประมงทะเล (Department of Employment)

ดังนั้น ก่อนเริ่มจ้างงาน ควรตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครเป็นรายบุคคล ทั้งสถานะการพำนัก สิทธิในการทำงาน และลักษณะงานที่ได้รับอนุญาต หากต้องมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือแก้ไขข้อมูลการจ้าง กรมการจัดหางานมีขั้นตอนสำหรับการเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-WorkPermit ตามกรณี (Department of Employment)

e-WorkPermit คืออะไร?

กรมการจัดหางานเปิดให้บริการระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 เพื่อรองรับกระบวนการเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานและการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว โดยนายจ้างและคนต่างด้าวสามารถดำเนินการหลายขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ได้ (Department of Employment)

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่ใช้กับผู้สมัครแต่ละรายอาจแตกต่างกันตามประเภทคนต่างด้าวและสถานะการอนุญาต จึงควรเลือกประเภทคำขอให้ตรงกับกรณีของผู้สมัคร

Work Permit สำคัญอย่างไรสำหรับการจ้างผู้ช่วยต่างชาติ?

Work Permit หรือหลักฐานการอนุญาตทำงาน เป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญในการตรวจสอบว่าบุคคลต่างชาติมีสิทธิทำงานในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขใด

นายจ้างจึงไม่ควรตรวจเฉพาะวันหมดอายุ แต่ควรตรวจสอบด้วยว่า สิทธิในการทำงานครอบคลุมลักษณะงานที่กำลังจะจ้างหรือไม่ และหากมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือเงื่อนไขการจ้าง ไม่ควรสันนิษฐานว่าเอกสารเดิมสามารถใช้ต่อได้โดยอัตโนมัติ

กรมการจัดหางานระบุในเดือนมิถุนายน 2569 ว่า นายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต อาจมีโทษปรับ 10,000–100,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน และมีบทลงโทษเพิ่มเติมในกรณีกระทำผิดซ้ำ (Department of Employment)

การตรวจสอบเอกสารก่อนเริ่มงานจึงเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับทั้งครอบครัวและผู้สมัคร

สิทธิของลูกจ้างทำงานบ้านตามกฎหมายไทย

ประเทศไทยมีกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2567) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2567 เพื่อเพิ่มความคุ้มครองแก่ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับงานบ้านซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย โดยครอบคลุมทั้งลูกจ้างสัญชาติไทยและลูกจ้างต่างชาติที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายดังกล่าว (NLRC - ศูนย์วิจัยแรงงานแห่งชาติ)

สิทธิสำคัญในปัจจุบัน ได้แก่ การทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง มีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 1 วัน มีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี และเมื่อทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วัน รวมทั้งมีสิทธิลาป่วยและลากิจตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เอกสารสัญญาจ้างมาตรฐานสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2569 สรุปสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี และลากิจธุระอันจำเป็น 3 วันทำงานต่อปีด้วย (IDWF)

ที่สำคัญ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ได้เพิ่มสิทธิลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็น ไม่เกิน 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง และกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในช่วงลาคลอดไม่เกิน 60 วัน ซึ่งข้อมูลของ ILO ปี 2569 ระบุว่าความคุ้มครอง 120 วันนี้ครอบคลุมลูกจ้างทำงานบ้านด้วย (PRT)

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พี่เลี้ยง หรือผู้ดูแลที่เข้าข่ายลูกจ้างทำงานบ้าน การกำหนดเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีและเป็นธรรมสำหรับทั้งสองฝ่าย

เอกสารที่นายจ้างควรเตรียมและตรวจสอบก่อนเริ่มงาน

เอกสารที่ใช้จริงแตกต่างกันตามสัญชาติ สถานะ และช่องทางการจ้าง แต่โดยทั่วไปควรพิจารณาเอกสารต่อไปนี้

  • เอกสารยืนยันตัวตนของผู้สมัคร เช่น บัตรประชาชนสำหรับผู้สมัครสัญชาติไทย หรือหนังสือเดินทางและเอกสารการพำนักสำหรับผู้สมัครต่างชาติ
  • Work Permit หรือหลักฐานการอนุญาตทำงานที่เกี่ยวข้อง หากผู้สมัครเป็นบุคคลที่ต้องได้รับอนุญาตทำงาน
  • สัญญาหรือข้อตกลงการจ้างงานที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจและลงนามร่วมกัน
  • หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง เช่น ใบรับเงินหรือหลักฐานการโอนเงิน
  • เอกสารของนายจ้างตามที่กระบวนการนั้นกำหนด เช่น หนังสือเดินทางของนายจ้างชาวต่างชาติ
  • ข้อมูลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
  • เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการแจ้งเข้าทำงาน ออกจากงาน เปลี่ยนนายจ้าง ต่ออายุ หรือแก้ไขข้อมูลใบอนุญาตทำงาน หากกรณีนั้นมีกฎหมายหรือขั้นตอนกำหนด

รายการเอกสารของกรมการจัดหางานในแบบคำขอปัจจุบันรองรับเอกสารของนายจ้างบุคคลธรรมดาที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นตามสถานะของนายจ้าง (Department of Employment)

สำหรับเอกสารประจำตัวฉบับจริง เช่น หนังสือเดินทาง ควรให้ลูกจ้างเก็บรักษาไว้กับตนเอง และนายจ้างเก็บเฉพาะสำเนาหรือข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจ้างงานและการดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้น แนวทางสัญญาจ้างมาตรฐานสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านปี 2569 ก็ระบุให้นายจ้างไม่ยึดเอกสารประจำตัวของลูกจ้างไว้ (IDWF)

ทำไมควรมีสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร?

แม้การพูดคุยรายละเอียดก่อนเริ่มงานจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับการจ้างแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงระยะยาว การทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถกลับมาตรวจสอบเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ได้ง่ายขึ้น

สัญญาควรใช้ภาษาที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเข้าใจ และควรระบุรายละเอียด เช่น ตำแหน่งและขอบเขตหน้าที่ เวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุด ค่าจ้าง วิธีและวันที่จ่ายค่าจ้าง สถานที่ทำงาน การพักอาศัยในบ้านหากมี ตลอดจนขั้นตอนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการยุติการจ้าง

สำหรับการจ้างแบบพักอาศัยกับนายจ้าง หรือ Live-in ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “อยู่ประจำ” เพื่อหมายความว่าลูกจ้างต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา แต่ควรกำหนดช่วงเวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุด และหน้าที่ให้ชัดเจนเช่นเดียวกับการจ้างงานรูปแบบอื่น

เอกสารสัญญาจ้างมาตรฐานสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านฉบับเดือนสิงหาคม 2569 ก็แนะนำให้จัดทำสัญญาเป็นภาษาที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเข้าใจ และให้ทั้งสองฝ่ายมีสำเนาเก็บไว้ (IDWF)

แล้วพี่เลี้ยงชาวต่างชาติสัญชาติอื่นสามารถทำงานในไทยได้หรือไม่?

ประเด็นนี้ควรตรวจสอบ เป็นรายบุคคล และไม่ควรตัดสินจากสัญชาติ วีซ่า หรือประสบการณ์การทำงานเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น หากครอบครัวกำลังพิจารณาผู้สมัครสัญชาติฟิลิปปินส์ ไม่ควรสรุปเพียงเพราะผู้สมัครมีวีซ่าหรือเคยทำงานในประเทศไทยว่า สามารถรับเข้าทำงานเป็นแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงประจำบ้านได้ทันที

ข้อมูลของกรมการจัดหางานเกี่ยวกับช่องทาง MOU สำหรับ งานรับใช้ในบ้าน ระบุถึงแรงงานสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ส่วนผู้สมัครสัญชาติอื่นอาจอยู่ภายใต้ประเภทหรือเงื่อนไขการอนุญาตที่แตกต่างกัน (Department of Employment)

ดังนั้น สำหรับผู้สมัครสัญชาติฟิลิปปินส์หรือสัญชาติอื่น ควรนำข้อมูลจริงของผู้สมัคร เช่น สถานะการพำนัก ประเภทวีซ่า หลักฐานการอนุญาตทำงาน และตำแหน่งงานที่จะจ้าง ไปตรวจสอบกับกรมการจัดหางาน ก่อนตกลงให้เริ่มงาน เพื่อยืนยันว่าสามารถทำงานในตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง

ถ้า Work Permit ใกล้หมดอายุ ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรรอให้ใบอนุญาตหมดอายุแล้วจึงเริ่มดำเนินการ

นายจ้างและลูกจ้างควรตรวจสอบวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง เอกสารการพำนัก และใบอนุญาตทำงานล่วงหน้า และตรวจสอบขั้นตอนการต่ออายุที่ใช้กับสถานะของผู้สมัครรายนั้น

ปัจจุบันกรมการจัดหางานมีระบบ e-WorkPermit รองรับการยื่นคำขอและการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานหลายประเภท รวมทั้งมีขั้นตอนสำหรับการเปลี่ยนข้อมูลและเปลี่ยนนายจ้างตามกรณี (eWork Permit)

หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามกรมการจัดหางานก่อนวันหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่สิทธิในการทำงานไม่ต่อเนื่อง

MIKU Agency ช่วยคุณค้นหาผู้ช่วยประจำบ้านได้อย่างไร?

การหาคนเข้ามาดูแลบ้านหรือลูกหลานและสมาชิกในครอบครัว ไม่ได้มีเพียงเรื่องประสบการณ์การทำงาน แต่ยังรวมถึงความเหมาะสม บุคลิก ความเข้าใจในหน้าที่ และความไว้วางใจระหว่างผู้สมัครกับครอบครัว

MIKU Agency ในเครือ BeNeat ให้บริการจัดหาผู้สมัครสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาแม่บ้านประจำ พี่เลี้ยงเด็ก และผู้ดูแล โดยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละครอบครัว

ทีมงานสามารถส่งรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกให้พิจารณาได้ภายใน 1–3 วันทำการ และผู้สมัครสัญชาติไทยทุกคนผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนเริ่มงาน

สำหรับผู้สมัครต่างชาติ ครอบครัวควรตรวจสอบสถานะการพำนัก สิทธิในการทำงาน และเอกสารของผู้สมัครแต่ละรายให้ครบถ้วนก่อนเริ่มการจ้างงานอย่างเป็นทางการ และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประเภทสิทธิในการทำงาน ควรยืนยันกับกรมการจัดหางานโดยตรง

แต่ละครอบครัวมีรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการที่แตกต่างกัน MIKU Agency จึงให้ความสำคัญกับการ Matching ผู้สมัครให้เหมาะกับลักษณะงานและความต้องการของแต่ละครอบครัว มากกว่าการพิจารณาจากประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

ทีมงานจะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่หลัก ตารางการทำงาน รูปแบบการพักอาศัย ประสบการณ์ที่ต้องการ ทักษะเฉพาะ และความคาดหวังของครอบครัว ก่อนคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงมาให้พิจารณา

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ต้องการแม่บ้านที่ถนัดงานบ้าน พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ดูแลเด็ก หรือผู้ดูแลที่เหมาะกับกิจวัตรของสมาชิกในครอบครัว การ Matching อย่างเป็นระบบช่วยให้ทั้งครอบครัวและผู้สมัครเข้าใจบทบาทและความคาดหวังได้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน

เป้าหมายของ MIKU Agency คือช่วยให้ครอบครัวได้พบกับผู้สมัครที่ตอบโจทย์ที่สุด

“เพราะการเลือกผู้ช่วยประจำบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่การหาคนที่ทำงานได้ แต่คือการหาคนที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้างแม่บ้านและพี่เลี้ยงในไทย

ชาวต่างชาติจ้างแม่บ้านคนไทยได้ไหม?

ได้ ผู้สมัครสัญชาติไทยไม่ต้องมี Work Permit สำหรับการทำงานในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ควรมีข้อตกลงเรื่องหน้าที่ เวลาทำงาน ค่าจ้าง วันหยุด และเงื่อนไขการจ้างอย่างชัดเจน

แม่บ้านหรือพี่เลี้ยงต่างชาติต้องมี Work Permit หรือไม่?

โดยหลัก คนต่างด้าวที่จะทำงานในประเทศไทยต้องมีสิทธิหรือใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดยกเว้น และต้องทำงานภายใต้ขอบเขตที่ได้รับอนุญาต (Department of Employment)

จ้างพี่เลี้ยงชาวฟิลิปปินส์ในไทยได้หรือไม่?

ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ไม่ควรพิจารณาจากสัญชาติเพียงอย่างเดียว ช่องทาง MOU สำหรับงานรับใช้ในบ้านที่กรมการจัดหางานระบุในปัจจุบันครอบคลุมกัมพูชา ลาว และเมียนมา หากเป็นผู้สมัครสัญชาติอื่น ควรตรวจสอบกับกรมการจัดหางานว่าผู้สมัครมีสิทธิทำงานในตำแหน่งที่ต้องการหรือไม่ ก่อนเริ่มงาน (Department of Employment)

นายจ้างเป็นชาวต่างชาติต้องใช้เอกสารอะไร?

ขึ้นอยู่กับประเภทคำขอและช่องทางการจ้าง ในรายการเอกสารประกอบคำขอของกรมการจัดหางานสำหรับนายจ้างบุคคลธรรมดา มีการระบุเอกสาร เช่น หนังสือเดินทางของนายจ้าง หรือเอกสารประจำตัวและหลักฐานถิ่นที่อยู่ตามกรณี จึงควรตรวจสอบรายการเอกสารของคำขอที่จะดำเนินการอีกครั้งก่อนยื่น (Department of Employment)

ถ้า Work Permit ใกล้หมดอายุควรทำอย่างไร?

ควรตรวจสอบและดำเนินการก่อนวันหมดอายุ พร้อมตรวจสอบเอกสารการพำนักและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรให้ผู้สมัครทำงานต่อโดยอาศัยเอกสารที่หมดอายุโดยไม่ได้ตรวจสอบสถานะการอนุญาตใหม่

ตรวจสอบข้อมูล Work Permit ล่าสุดได้ที่ไหน?

สามารถตรวจสอบกับ กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ และระบบ e-WorkPermit หากต้องการสอบถามเรื่องการทำงานของคนต่างด้าว สามารถติดต่อกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน โดยกรมการจัดหางานยังเผยแพร่หมายเลขสายด่วน 1694 ไว้ในช่องทางประชาสัมพันธ์ของระบบ e-WorkPermit ด้วย (Support EWP)

กำลังมองหาแม่บ้านประจำหรือพี่เลี้ยงที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ?

ปรึกษาทีม MIKU Agency ฟรี
โทร. 092-251-2525 หรือ 062-196-6190
LINE: @mikuagency
WhatsApp: +66 92 251 2525
WeChat: 66922512525

MIKU Agency — Your Trust, Our Care.

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการจ้างผู้ช่วยงานบ้านในประเทศไทย และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมาย กฎกระทรวง มติคณะรัฐมนตรี ขั้นตอน และเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างงานหรือการอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง และสถานะของผู้สมัครแต่ละรายอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มการจ้างงาน

MIKU Agency Logo

MIKU AGENCY

มุ่งสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีการสรรหาพนักงานมาพร้อมกับบริการที่คุ้มค่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

มาตรฐานที่ได้รับ

  • รูปโลโก้ cmi-awards
  • รูปโลโก้ dusit-awards

ติดต่อเรา

โทร. 092-251-2525, 062-196-6190

ที่อยู่

สาขา เชียงใหม่ : สันผีเสื้ออาคาร BeNeat Office 168/19 หมู่ 7 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300

อีเมลติดต่อ

[email protected]